ที่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 9 ต.หนองแลอง อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ นางสุรินทร์ อายุ 62 ปี พร้อมญาติพี่น้อง ได้นำศพของ นายพรหมปัญญา อายุ 40 ปี ลูกชาย ซึ่งเสียชีวิตที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ มาตั้งบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

นางสุรินทร์ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 62 ที่หมู่บ้านได้มีงานเซ่นไหว้ปู่ตาชาวบ้านได้นำข้าวปลาอาหาร เหล้า เครื่องดองของเมามาร่วมกันเซ่นไหว้ หลังจากพิธีเซ่นไหว้เสร็จแล้ว ชาวบ้านได้นำของเซ่นไหวมาดื่มกินกันเพื่อความเป็นสิริมงคล ลูกชายก็ได้ร่วมดื่มกินกับเพื่อนบ้านด้วย หลังจากดื่มกินเสร็จแล้วลูกชายก็ถือขวดเหล้าไปส่งให้เพื่อนกันที่อยู่ที่จุดบริการประชาชน แล้วถูกตำรวจนำตัวไปดำเนินคดีข้อหาเมาขับ

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ตำรวจก็นำตัวส่งฟ้องต่อศาล ซึ่งศาลได้สั่งปรับเป็นเงิน 6,000 บาท แต่ผู้ตายยังไม่มีเงินชำระค่าปรับ ตนจึงได้บอกว่าจะนำเงินมาชำระค่าปรับในวันที่ 19 เม.ย. แต่พอถึงวันที่ 18 เม.ย.ก็ได้รับแจ้งว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว

นางสุรินทร์ กล่าวอีกว่า ลูกชายไม่ได้เป็นคนเกเร เมื่อก่อนลูกทำงานหาเงินอยู่กรุงเทพฯ เป็นคนหาเงินเลี้ยงพ่อกับแม่ จนกระทั่งพ่อป่วยเมื่อ 3 ปีที่แล้ว จึงได้ลาออกจากงานมาอยู่บ้านดูแลพ่อแม่ กระทั่งพ่อเสียชีวิต จึงได้อยู่บ้านเป็นเพื่อนแม่ ที่ไปถูกจับเมาขับช่วงสงกรานต์ แม่ยังไม่ได้นำเงินไปจ่ายค่าปรับแต่ลูกมาเสียชีวิตก่อน

ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำแจ้งว่า ลูกชายช็อกในขณะที่อยู่ในเรือนจำ เจ้าหน้าที่จึงนำส่งโรงพยาบาล แต่ตนและญาติพี่น้องไม่เชื่อว่าลูกชายจะช็อกจนเสียชีวิต เนื่องจากที่หัวของลูกมีรอยช้ำและยุบ ตามร่างกายมีรอยช้ำเขียวหลายแห่ง แพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษมีใบรับรองการเสียชีวิตว่าศีรษะได้รับอันตรายรุนแรงและบาดแผลฟกช้ำตามร่างกาย จึงขอให้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องได้ออกมารับผิดชอบในการเสียชีวิตของลูกตนด้วย

ซึ่งขณะนี้ตนและญาติพี่น้องจะยังไม่ทำการฌาปนกิจศพของลูกชายจะรอจนกว่าจะรู้สาเหตุการเสียชีวิตของลูกชายที่แท้จริง ขอให้สื่อมวลชนช่วยตีแผ่เรื่องนี้ เพื่อหาผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบ ถ้ายังไม่มีหน่วยงานไหนหรือใครมารับผิดชอบก็จะสอบถามไปทางหน่วยที่สูงขึ้น เพื่อหาความเป็นธรรมให้ลูกชายตนต่อไป