รัฐบาลกัมพูชาแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก หลังสหภาพยุโรปเริ่มกระบวนการพิจารณาเพื่อคว่ำบาตรทางการค้าระดับทวิภาคี ที่อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มจะได้รับผลกระทบมากที่สุด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ว่าสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวเมื่อวันอังคาร หลังสหภาพยุโรป ( อียู ) เริ่มกระบวนการพิจารณาความร่วมมือทางการค้ากับกัมพูชา ที่อาจนำไปสู่การเพิกถอนสิทธิประโยชน์ทางการค้าของกัมพูชาในการเข้าถึงระบบตลาดเดียวของสหภาพ ในโครงการยกเว้นสินค้าจำพวกอาวุธยุทโธปกรณ์ ( Everything but Arms : EBA ) ซึ่งอาจจะส่งผลต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอและรองเท้าของกัมพูชาซึ่งส่ออกไปยังยุโรปมากกว่าปีละ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 128,000 ล้านบาท ) ว่าอธิปไตยของกัมพูชากำลังถูกแทรกแซงจากภายนอก และเรื่องนี้ไม่สามารถใช้เป็นเงื่อนไขต่อการแลกเปลี่ยนใดได้

แม้สมเด็จฮุน เซน ไม่ได้เอ่ยถึงประเด็นอีบีเอโดยตรง แต่กระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมา ว่ามติของอียูนั้น “ไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง” และเป็นการดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว โดยรายงานของคณะกรรมาธิการยุโรป ( อีซี ) ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของอียู ระบุการเริ่มกระบวนการดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมา และมีกำหนดระยะเวลา 18 เดือน หรือจนถึงภายในเดือนส.ค. 2563 ซึ่งหากมาตรการคว่ำบาตรเกิดขึ้นจริง กำแพงภาษีของอียูต่อสินค้าประเภทเครื่องนุ่งห่มจากกัมพูชาจะเพิ่มขึ้นสูงสุด 12% แต่สำหรับรองเท้าจะอยู่ที่ระหว่าง 8-17% ด้านสหภาพแรงงานของกัมพูชาประเมินว่าการเพิกถอนอีบีเออาจส่งผลให้ประเทศสูญเสียรายได้มากถึงปีละ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 22,400 ล้านบาท )

ทั้งนี้ กัมพูชาจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปลายเดือนก.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งพรรคประชาชนกัมพูชา ( ซีพีพี ) ของสมเด็จฮุน เซน คว้าชัยชนะได้ในทั้ง 125 ที่นั่งของสภาผู้แทนราษฎร เรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่ายรวมถึงอียู แต่สมเด็จฮุน เซน เคยกล่าวเมื่อเดือนที่แล้ว ว่าการเมืองของกัมพูชาอาจไม่มีฝ่ายค้าน “อีกต่อไป” หากการเพิกถอนอีบีเอเกิดขึ้นจริง.